สมัครสมาชิก ลงชื่อเข้าใช้
เก็บตะวันดอทเน็ต หน้าแรก

rungโปรไฟล์ของ ... http://keptawan.net/?7296 [บุ๊คมาร์ก] [คัดลอก] [แชร์] [RSS]

บล็อก

เติ้งลี่จวิน-ราชินีเพลงจีนในดวงใจตลอดกาล

ความนิยม 1เข้าชม/อ่าน 667 ครั้ง8-7-2012 22:29

v\:* {behavior:url(#default#VML);} o\:* {behavior:url(#default#VML);} w\:* {behavior:url(#default#VML);} .shape {behavior:url(#default#VML);} Normal 0 false false false MicrosoftInternetExplorer4 /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-bidi-font-family:"Times New Roman"; mso-ansi-language:#0400; mso-fareast-language:#0400; mso-bidi-language:#0400;}

    เติ้งลี่จวิน-ราชินีเพลงจีนในดวงใจตลอดกาล

ผม มั่นใจว่าหลายคนในที่นี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเติ้งลี่จวิน 邓丽君 อย่างน้อย ก็คงรู้จักเพลงของเธอไม่เพลงใดก็เพลงหนึ่ง ซึ่งมีทั้งที่ร้องโดยเจ้าตัวเอง หรือจากนักร้องท่านอื่นหรือแม้กระทั่งนักร้องไทยอย่างคุณดาวใจ ไพจิตร ที่ครั้งหนึ่งเคยนำเอาทำนองมาใส่เนื้อร้อง ไทย

สำหรับตัวผู้เขียน เอง(ผู้เขียนบทความที่ผมลอกการบ้านมา) เนื่องจากใช้ชีวิตในแวดวงของคนจีนตั้งแต่เด็ก เลยบอกได้ว่ารู้จักตั้งแต่ ตอนเด็ก ๆ รวมทั้งร้องเพลงซึ่งเป็นเพลงโปรดอยู่หลายเพลง และที่ทำให้รู้จักเติ้งลี่จวินมากขึ้น ก็มาจากภาพยนตร์ที่สร้างในฮ่องกงปี 1970 เรื่อง เกอหมีเสียวเจ่
歌迷小姐 หรือสาวน้อย ผู้ลุ่มหลงเสียงเพลง สำหรับชื่อภาษาไทยผู้เขียนแปลเอง ไม่ใช่ชื่อเรื่องของภาพยนตร์ซึ่งต้อง สารภาพตามตรงว่า สมัยนั้นไม่เคยสนใจเลยไม่ว่าชื่อภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ภาพยนตร์ เรื่องเกอหมีเสียวเจ่เป็นการนำเอาชีวิตของเติ้งลี่จวินสมัยก่อนเข้าสู่วง การ  และความมุมานะอย่างหนักเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการเป็นนักร้องให้ได้  ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สองที่เธอแสดง สำหรับเรื่องแรกเธอแสดงมื่ออายุ 16 เรื่อง เซ่เซ่โจ่งจิงหลี่ 谢谢总经理 หรือ ขอบคุณท่านผู้จัดการใหญ่

v\:* {behavior:url(#default#VML);} o\:* {behavior:url(#default#VML);} w\:* {behavior:url(#default#VML);} .shape {behavior:url(#default#VML);} Normal 0 false false false MicrosoftInternetExplorer4 /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-bidi-font-family:"Times New Roman"; mso-ansi-language:#0400; mso-fareast-language:#0400; mso-bidi-language:#0400;} v\:* {behavior:url(#default#VML);} o\:* {behavior:url(#default#VML);} w\:* {behavior:url(#default#VML);} .shape {behavior:url(#default#VML);} Normal 0 false false false MicrosoftInternetExplorer4 /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-bidi-font-family:"Times New Roman"; mso-ansi-language:#0400; mso-fareast-language:#0400; mso-bidi-language:#0400;} v\:* {behavior:url(#default#VML);} o\:* {behavior:url(#default#VML);} w\:* {behavior:url(#default#VML);} .shape {behavior:url(#default#VML);} Normal 0 false false false MicrosoftInternetExplorer4 /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-bidi-font-family:"Times New Roman"; mso-ansi-language:#0400; mso-fareast-language:#0400; mso-bidi-language:#0400;}


     บท ความนี้ผู้เขียน เขียนขึ้นมา เพื่อรำลึกถึงการจากไปของเติ้งลี่จวินครบรอบ 10 ปี  (เธอเสียชีวิตเมื่อวันที่ 8พฤษภาคม 1995) โดยจะขอกล่าวถึงเติ้งลี่จวินใน ช่วงต่าง ๆ ของชีวิตตั้งแต่ปฐมวัยและบางแง่มุมเมื่อเธอยังมีชีวิตอยู่ในตอนที่หนึ่ง และจะต่อด้วยตอนที สองเกี่ยวกับนักร้องตัวแทน หรือเสียงเหมือนเติ้งลีจวิน

เธอ เป็นบุตรสาวคนเดียว และเป็นลูกคนที่สี่ของคุณพ่อเติ้งเฉี่วน
邓枢  ผู้ซึ่งเกิดในมลฑลเหอเป่ย 河北   และเป็นทหารฝ่ายกั๊วหมิงต่าง 国民党 (ก๊กมิ่งตั๋ง)ของเจียงไคเชค เมื่อฝ่ายกั๋วหมิงต่างพ่ายแพ้แก่ฝ่ายคอมมิวนิสต์  คุณพ่อเติ้งก็อพยพพร้อมกับพลพรรคของเจียงไคเชคไปเกาะไต้หวัน  และหนูน้อยเติ้งลี่จวินถือกำหนดที่ไต้หวัน เมื่อ วันที่ 29เดือนมกราคม 1953

     เนื่องจากคุณพ่อเติ้งเป็นทหาร จึงต้องย้ายราชการไปตามที่ต่าง ๆ ตามแต่จะได้รับมอบหมาย  และชีวิตในวัยเด็กของหนูเติ้งก็ไม่ได้สุขสบายเนื่องจากฐานะทางครอบครัวจัด ว่าค่อนข้างยากจน เศรษฐกิจไต้หวันในสมัยนั้นยังไม่มั่งคั่งดังปัจจุบัน การกินอยู่จึงต้องเพิ่งพาองค์กรกุศลบางส่วน ทางครอบครัวเติ้ง เองก็เช่นกัน การนับถือศาสนาคริสต์ก็เป็นหนทางหนึ่ง ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานของคริสต์ศาสนาซึ่งกำลังต้องการเผยแพร่ ในไต้หวัน แต่หลังจากที่เติ้งลี่จวินเป็นนักร้องสุดฮ็อต และใช้ชีวิตในต่างประเทศ เธอถึงเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธตามความเชื่อดั้งเดิมแทน

         ชื่อจริงของเติ้งลี่จวินคือ เติ้งลี่หยุน 
邓丽筠 หรือไผ่งาม แต่เนื่องจากเพิ่อน ๆ ชอบเรียกลี่จวินมากกว่าลี่หยุน  เมื่อเข้าสู่วงการแล้วเลยตัดสินใจใช้ชื่อว่า ลี่จวินซึ่งแปลว่าคนสวย หรือสาวสวย ซึงก็คงเหมาะกับความเป็นผู้หญิงของเธอมากกว่า หนูเติ้งฉายแววความสามารถด้านการร้องเพลง และแสดง ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ในยุคหวางเหมยเดี้ยว 黄梅 กำลังฮ๊อตฮิตอันเนื่องจากภาพยนตร์เรื่องเหลียงซานป๋อหยวี่จู้ยิงถาย 梁山伯与祝英台 (The Butterfly Lovers) ของผู้กำกับฮ่องกงหลี่ฮั่นเสียง 汉祥 ทำให้ชาวไต้หวันคลั่งไคล้กันทั้งเกาะ และมีการจัดประกวดการร้องหวางเหมยเดี้ยวโดยสถานีโทรทัศน์ จงหัว หนูเติ้งได้รับชนะเลิศจากการประกวดในครั้งนี้ซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง 10 ขวบ

 

   

      หลัง จากนั้นมีการประกวดและชนะเลิศในรายการต่าง ๆ และที่สำคัญคือ ในปี 1966 หรืออายุ 13 ขวบ ได้รับชนะเลิศม้าทองคำจากการประกวดร้องเพลงในเพลงไฉ่หงหลิง ในปีถัดมาก็ได้ออกแผ่นเสียงแผ่นแรกในชีวิต และเป็นการก้าวเข้าสู่อาชีพนักร้องอย่างเต็มตัว

        การก้าวเข้าสู่นักร้องอาชีพของเติ้งลี่จวินนั้น เธอมีแฟนเพลงกระจายอยู่ทั่วโลกที่มีคนจีนอาศัยอยู่ ไม่เว้นแม้กระทั่งญี่ปุ่น สำหรับการไปสร้างชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่นนั้น คงต้องเข้าใจพื้นฐานของชาวไต้หวันอย่างหนึ่ง เนื่องจากเกาะไต้หวันเคยถูกยึดครองโดยญี่ปุ่นสมัยสงครามโลก ชาวไต้หวันจึงมีวิถีชีวิตหลาย ๆ อย่างกระเดียดไปทางญี่ปุ่น อย่างวัฒนธรรมการดื่มชาเขียวก็มาจากญี่ปุ่น และได้นำเข้าบ้านเราโดยบริษัทไตหวันหลายปีก่อน ๆ ที่จ้าวตลาดอย่างโออิชิจะเกิดเสียอีก (จริงจริง คุณตันแห่งโออิชิเองสัญชาติเดิมก็เป็นชาวไต้หวัน) แต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากรสชาดไม่ถูกปากคนไทย ชาวไต้หวันจำนวนไม่น้อย เมื่อจะโกอินเตอร์จะมองไปทางตะวันออก(ญี่ปุ่น)ก่อน  ซึ่งตรงข้ามกับคนไทยจะมองไปตะวันตก(ฝรั่ง)เสียมากกว่า ปี 1973 ได้เซ็นสัญญากับโพลิดอร์ ประเทศญี่ปุ่นแต่ยังไม่ได้ขึ้นถึงจุดสูงสุดในญี่ปุ่น แต่กลับมาถึงจุดสูงสุดเมื่อหลังจากที่ได้ไปตระเวนแสดงในอเมริกาและแคนนาดาใน ปี 1984  โดยยอดขายแผ่นเสียงของเติ้งลี่จวิน สามารถทำลายสติถิยอดขายสูงสุดของญี่ปุ่น และได้รับรางวัลสารพัดยอดเยี่ยม ทั้งแผ่นเสียงยอดขายยอดเยี่ยม เพลงยอดนิยมสูงสุด  นักร้องยอดเยี่ยม เป็นต้น
      ในปี 1985 เพลง อ้ายหริน
爱人 หรือ ที่รัก-Lover”  ได้รับความนิยมสูงสุด 14 สัปดาห์ติดต่อกัน   

 

หนูน้อย เติ้ง ลี่ หยุน

เติ้งลี่จวินแสดงที่ภัตคารแกแลกซี่ปี 1987


      สำหรับ ประเทศในแถมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น เติ้ง ลี่ จวินก็ตระเวนแสดงตามประเทศต่างๆ ทั้งงานกุศลและร้องตามไนท์คลับภัตตาคารต่างๆ อย่างในเมืองไทยก็เคยร้องประจำที่ภัตตาคารกิเลน นอกนั้นก็เคยแสดงในประเทศอย่างเวียตนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เป็นต้น ที่น่าสนใจคือ การไปตามคำเชิญของมาดามลีกวนยิวในปี 1969 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของภรรยาของลีกวนยิว อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งของสิงคโปร์เพื่อไปแสดงร้องเพลงเพื่อการกุศล  ถือว่าเป็นการออกสู่นอกประเทศครั้งแรกในขณะที่อายุได้เพียง 14 ขวบ หลังจากนั้น เมื่อเป็นนักร้องยอดนิยมแล้ว ก็ไปๆ มาๆ อยู่ในกลุ่มประเทศเอเชียอาคเนย์ทั้งหลาย จนแฟนเพลงติดชนิดที่ การไปไหนมาไหนของเติ้งลี่จวินถูกห้อมล้อมด้วยแฟนเพลง จนไม่เหลือความเป็นส่วนตัว ถึงขนาดต้องแต่งตัวอำพรางตัวเองเมื่อต้องการออกเที่ยวเป็นการส่วนตัว

 

 

การแสดงที่สิงคโปร์ในปี 1969 ซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิตเมื่ออายุ 14 ปี


        ใน ระหว่างที่วนเวียนอยู่ในกลุ่มประเทศเอเชียอาคเนย์นั้น เติ้งลี่จวินเกือบจะลงหลักปักฐานกับหนุ่มสิงคโปร์นามฮ๋วงเหลียนเจิ้น เจ้าของลี่ฟงเรคคอร์ท ผู้ที่ถึงกับลงทุนซื้อโรงแรมเมย์ฟลาเวอร์ ในกัวลาลัมเปอร์ ให้เป็นที่ร้องเพลงประจำของเติ้งลี่จวิน ซี่งเติ้งลี่จวินจะร้องที่นี่ทุกคืนตอน 4 ทุ่ม และจะร้องเพลงหลัก ๆ อยู่สี่เพลง คือ อ้ายหนี่อีว่านเหนียน
爱你一 万年(รักเธอหนึ่งหมื่นปี)ฉีงหรินจ้ายเจี้ยน情人再(ลาก่อนที่รัก)   “จี่สือจ้ายหุยเถา时再回头(เมื่อไหร่กลับมาอีก)  และเพลงภาษาอังกฤษ “Love Story”

 


        ถึง แม้เติ้งลี่จวินจะสามารถตรึงใจ แฟนเพลงชาวจีน และญี่ปุ่นทั่วทั้งเอเชีย แต่มีอีกประเทศซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิดของคุณพ่อเติ้ง  แต่เติ้งลี่จวินกลับไม่เคยแม้แต่จะเหยียบจีนแผ่นดินใหญ่เลย ถึงแม้จะมีบ้านหลังที่สองอยู่ในฮ่องกงก็ตาม ไม่ใช่ว่าชาวจีนแผ่นดินใหญ่จะไม่ชอบฟังเพลงของเติ้งลี่จวิน ตรงกันข้ามกลับเป็นประเทศที่มีแฟนเพลงมากที่สุดและคลั่งไคล้มากที่สุด  แต่เหตุที่เติ้งลี่จวินไม่ไปเยี่ยมแฟนเพลงที่จีนแผ่นดินใหญ่ มาจากเหตุผลทางการเมืองล้วนๆ เนื่องจากคุณพ่อเป็นทหารระดับนายพันของเจียงไคเชคแห่งกั๊วหมิงด่าง ผู้ที่เคยสู้รบกับพรรคคอมมิวนิสต์ร้อยทั้งร้อยจะไม่ยอมเผาผีกับจีนแผ่นดิน ใหญ่ และมักจะบอกต่อไปยังลูกหลานไม่ให้คบค้าด้วยแฟนเพลงชาวจีนทุกคนอยากให้ เติ้งลี่จวินไปหา ในยุคนั้นเป็นยุคของ เติ้งเสี่ยวผิง
邓小平  ชาวจีนถึงกับพูดล้อกันว่า กลางวันฟังนโยบาย ของหล่าวเติ้ง (เติ้งใหญ่หรือเติ้งเสี่ยวผิง) แต่กลางคืนฟังเพลงของเสี่ยวเติ้ง (เติ้งน้อยหรือเติ้งลี่จวิน) ในแต่ละปี บรรดาแฟนนานุแฟนจะมีการจัดประกวดร้องเพลงเลียนแบบเติ้งลี่จวิน และก็เป็นเวทีที่กำเนิดนักร้องเสียงเติ้งลี่จวินมากมาย กิจกรรมนี้ยังจัดกันย่างต่อเนื่องจนทุกวันนี้
       หลัง จากที่เติ้งลี่จวินเสียชีวิตไปแล้วแฟนเพลงชาวจีนได้สร้างรูปปั้นของเติ้งลี่ จวินไว้ในสวนชิงผู่ฟุเซ่าในเมืองซ่างห่างหรือเซี่ยงไฮ้ เสมือนเป็นอนุสาวรีย์รำลึกถึงนักร้องผู้ยิ่งใหญ่ ในขณะที่แฟนเพลงจีนแผ่นดินใหญ่คลั่งไคล้เติ้งลี่จวินนั้นใช่ว่าทางการรัฐบาล พรรคคอมมิวนิสต์จีนจะไม่คิดอะไร บางครั้งก็ออกมาโจมตีว่าเป็นนักร้องที่ทำลายวัฒนธรรมจีน ส่งเสริมให้เพ้อฝันแต่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ เป็นต้น หรือหนักๆ เข้า ถึงขั้นกล่าวหาว่าเป็นนักร้องสปายของกั๊วหมิงด่าง

 
      ใน ช่วงปลายชีวิตของเติ้งลี่จวิน  เนื่องจากเจ็บป่วยในระบบทางเดินหายใจ จึงใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยพักอยู่กับสหายร่วมรบของคุณพ่อในกองพล 93 เนื่องจากการพักอยู่บนดอยอากาศเย็นสบายซึ่งเหมาะกับการพักรักษาระบบทางเดิน หายใจ และก็จบชีวิต เป็นข่าวร้ายที่ช็อคแฟนเพลงทั่วโลกเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 1995 เวลา17.30 น. รวมอายุที่สร้างความสุขให้กับแฟนเพลงแค่ 42 ปีเท่านั้น


อืม..ดีๆ ใช้ได้
1

ขอบคุณจ้า

เห็นด้วยๆ

ซึ้งจังเลย

ขำฮาตรึม

งง

มีผู้แสดงความรู้สึก (1 คน)

ความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

facelist

คุณต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

เก็บตะวันดอทเน็ตยินดีต้อนรับ
หากว่าท่านเป็นสมาชิกอยู่แล้ว
กรุณาล็อกอิน เข้าสู่ระบบ
แต่ถ้าหากว่าท่านยังไม่ได้เป็น
สมาชิกกรุณา【สมัครสมาชิก】
ขึ้นไปด้านบน